ตามนั้นเลย…
…
..ไปฮันนีมูนสวีทกันสองคนกับภรรยา ที่พัทยานั่นล่ะ ด้วยความที่ไม่เคยไปเลยทั้งๆ ที่อยู่ใกล้แค่นี้เองก็เลยลองไปดูสักครั้ง
นั่งรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยฯไปถึงพัทยา แล้วก็ต่อรถสองแถวเข้าหาดจอมเทียน..จริงๆแล้วคนขับรถตู้เค้าก็ใจดีจะไปส่งถึงโรงแรม”ฟูราม่า” เลยเชียว แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ไปไม่ถึงเพราะอยู่ถึงซอย ๑๓-๑๔ โน่นแน่ะ..

ถึงแล้วคับ..โรงแรมที่เราจะนอน ๑ คืน..ชื่อว่า “ฟูราม่า จอมเทียน” อะไรประมาณนี้ล่ะ..เราได้ห้องราคามิตรภาพแต่ก็อยู่ที่ชั้นสามซึ่งถือว่าเป็นโลว์โซนอันได้แก่ชั้น ๑-๕ พวกนี้จะไม่มีวิวทะเลให้เห็นเหมือนพวกชั้นสูงๆ..แต่ก็ดีล่ะเพราะผมไม่ชอบที่สูงๆ อยู่แล้วและยังอยู่ใกล้สระว่ายน้ำซึ่งอยู่ที่ชั้น ๑ และ ๕ นับว่าสะดวกดีกว่าเยอะ..

ออกมาที่ระเบียงทางเดินค่อยมองเห็นวิวทะเล..

ขึ้นไปสำรวจสระว่ายน้ำที่ชั้น ๕ ก่อนเลย..โอเค สวยงามน่าว่าย วิวสวยด้วย..อิอิ

จะเที่ยงวันแล้ว หิวข้าวแล้วล่ะ..เลยลงมาเดินไปที่ชายหาดฝั่งตรงข้ามถนนนี่เอง เค้าจะมีเตียงผ้าใบกางพร้อมร่มให้เช่านอนเอกเขนกเรียงกันเป็นพรืด..ค่าเช่าคนละ ๓๐ บาท นอนได้ทั้งวัน..

นี่เป็นสระว่ายน้ำที่ชั้นล่าง น่าเล่นไม่แพ้กันเสียแต่ว่าคนเดินผ่านเยอะ ดูไม่ค่อยเป็นส่วนตัวเราเลยเลือกที่จะว่ายข้างบนแทน..

ทะเลอยู่ข้างหน้าแล้ว..เดี๋ยวต้องข้ามถนนไปที่ชายหาด

นอนเล่นหลังจากหม่ำมื้อกลางวันกันแล้ว..เป็นอาหารตามสั่งคนละจาน จานละ ๗๐ บาท รวมค่าเตียงผ้าใบและของกินเล่นอื่นๆ ก็ราวๆ สามร้อยบาทสำหรับสองคน..ร้อน..กลับไปนอนพักที่ห้องดีกว่าช่วงบ่ายๆ จะได้ว่ายน้ำ ดูวิวทะเลจากข้างบน..
Today is Sunday, I woke up early ike every holidays ’cause a lot of activities’re waiting for me.
Swimming is also one special in my list!
Today is Sunday, I woke up early ike every holidays ’cause a lot of activities’re waiting for me.
Swimming is also one special in my list!



ร้าน Green Olive เป็นร้านอาหารที่เราไปฝากท้องในมื้อเย็นกัน..
อยู่ที่ ไหนหรือ..ก็อยู่ข้างๆ เกสต์เฮ้าส์ที่เราพักนี่แหละ แบบว่าเรามองลงมาจากระเบียงหน้าห้องไง
เห็นตรงชั้นสองของตึกข้างๆ เค้าทำเป็๋นลานโล่งๆ มีโต๊ะตั้งอยู่ 3-4 ชุด ก็เลยลองพิสูจน์ว่าของเค้าอร่อยป่าว
ผลก็คือ..”จะเค็มไปไหนเพ่..” ^^

จากสนามบินมายังย่านทาเมลใช้เวลาไม่นาน
เราเข้าที่พักราวๆ บ่ายสาม ช่วงที่รอแท็กซี่อีกคันก็ถ่ายรูปไปพลางๆ ^^

ออกมาเดินเล่น เดินไปเดินมาก็หิวเจอร้านแฮมเบอเกอร์และฮ็อทดอกที่นี่มีเยอะครับร้านแบบนี้
สนนราคาชิ้นนึงก็เกือบๆสี่สิบบาท แต่ชิ้นใหญ่นะ..แต่ก็อีกล่ะ..เพื่อนๆ เค้าบอกว่าไม่หย่อยเยย..
แล้วผมล่ะ ได้กินหรือเปล่า ก็ไม่ค่อยน่ะครับ มัวแต่หลงแสงสีอยู่น่ะสิ (หลงและเมาฝุ่น)

อีกภาพก็คือถั่วคั่วครับ คั่วกันในหม้อแบบที่ทางอีสานบ้านเราใช้นึ่งข้าวเหนียวร่วมกับ”หวด”นั่นแหละ
ถั่วก็มีหลากหลายแบบ ดูไปแล้วก็คั่วไม่สุกสักเท่าไหร่ จะออกแนวไหม้ๆ เสียมากกว่า..
กินแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนกเป็นหนูยังไงชอบกล เพื่อนร่วมก๊วนก็เตือนว่าอย่ากินเยอะนะ..
เด๋วท้องอืด กลัวเราผายลมด้วยล่ะ อิอิ..

พ่อค้าผลไม้ที่จตุรัสเมืองปาตัน..องุ่นเค้าอร่อยดีไม่หยอก..

ยำมาม่าเวอร์ชั่นรถเข็น..
ที่เห็นห้อยร้อยเป็นพวงหาใช่เปาบุ้นจิ้น หรือแฟ้บไม่ หากแต่เป็นมาม่าซอง…
เหมือนช้างน้อยบ้านเราอ่ะนะบริการ ยำ ใส่เครื่องปรุงแบบเครื่องเทศ ไม่ได้ยำแซ่บๆเหมือนบ้านเราหรอก
จากนั้นก็ตักใส่กรวย เอ๊ะ..แล้วจะกินยังไง เราก็ยืนรอดูเจ้าถิ่นเค้าสาธิต
เค้า ก็ฉีกกระดาษตรงมุมกรวยนั่นล่ะ เอามาทำเป็นช้อนตักเข้าปาก แซ่บหลาย แต่เรามิกล้าชิม
ขอแค่ทำหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์ก็พอแร้วววว…

วันแรก เอ๊ย..ไมใช่สิ ต้องเรียกว่าวันที่สองของพวกเฮาที่เมืองโพคารา (บางคนเรียกโพขระ)
เนื่องด้วยอากาศเช้านี้ปิด เราเลยต้องเลื่อนโปรแกรมขึ้นชมวิวที่สรังก็อตช่วงเช้าตรู่เอาไปลุ้นในวันที่ สอง..
พ่อแก้วแม่แก้วเอ๋ย..จะมีวาสนาได้ดูหรือเปล่านะ เทือกเขาหิมะอันสวยงามทั้งหลาย..
ก็เลยเปลี่ยนโปรแกรมเป็นเที่ยวชมเมืองทั่วๆไป
ก้อเลยมาตรงนี้ เมืองเก่าโพคารา..ออกมาจากที่พักผ่านตัวเมือง มาอีก 5-6 กม. ทางเดียวกับที่ไปสรังก็อตนั่นล่ะครับ

จากนั้นก็ไปดูวัดฮินดู..มองไปทางด้านทิวเขาก็จะเห็นยอดเขามัจฉาปูชเรด้วย..





![[UNSET]](http://surachai1971.files.wordpress.com/2012/03/unset.jpg?w=560)
